หนังตาตก กับ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ต่างกันยังไง วิธีดูง่าย ๆ

สารบัญ

สองภาวะนี้ให้หน้าตาคล้ายกันในกระจก แต่ถ้าแก้ผิดจุด ตาก็ยังดูง่วงเหมือนเดิม

หนังตาตก กับ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ต่างกันที่ว่าอะไรตกลงมา หนังตาตกคือหนังเปลือกตาส่วนเกินที่หย่อนคล้อยลงมาคลุม โดยขอบเปลือกตายังอยู่ในตำแหน่งปกติ ส่วนกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคือตัวขอบเปลือกตาเองที่ยกไม่ขึ้นและตกต่ำกว่าปกติ ความต่างนี้สำคัญเพราะการรักษาไปกันละทาง ด้านหนึ่งจัดการที่หนัง อีกด้านจัดการที่กล้ามเนื้อ และทั้งสองภาวะเกิดร่วมกันในคนเดียวได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด

คำตอบสั้น ๆ: หนังตาตกคือหนังส่วนเกินหย่อนลงมาคลุมโดยขอบตายังปกติ ส่วนกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคือขอบตาเองยกไม่ขึ้น วิธีดูง่าย ๆ คือถ้ายกหนังส่วนเกินขึ้นแล้วขอบตายังต่ำ แสดงว่ามีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมอยู่

หนังตาตก กับ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ต่างกันตรงไหน

หนังตาตกคืออะไร

หนังตาตกคือภาวะที่หนังบริเวณเปลือกตาบนหย่อนคล้อยลงมาเป็นชั้นพับ ทับลงบนชั้นตาเดิมหรือบังขนตา ต้นเหตุคือความยืดหยุ่นของผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิวที่ลดลงตามวัย ร่วมกับแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อเนื่อง จุดสำคัญคือขอบเปลือกตายังอยู่ในระดับปกติและกล้ามเนื้อยกเปลือกตายังทำงานได้ดี สิ่งที่บังตาจึงเป็นหนังที่หย่อนลงมา ไม่ใช่ขอบตาที่ตกลงมา และแนวทางแก้จึงอยู่ที่การจัดการหนังส่วนเกิน

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคืออะไร

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคือภาวะที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตาบนหรือแผ่นเอ็นของกล้ามเนื้อทำงานได้ไม่เต็มแรง ผลคือขอบเปลือกตายกขึ้นไม่สุดและตกลงมาบังส่วนบนของตาดำแม้ในขณะที่ลืมตาเต็มที่ คนไข้กลุ่มนี้มักเผลอเลิกคิ้วหรือเงยหน้าเพื่อช่วยลืมตาโดยไม่รู้ตัว และรู้สึกตาล้าเมื่อใช้สายตานาน ชั้นตาอาจดูจางลงหรือสูงขึ้นผิดจากเดิม เพราะแรงดึงที่ส่งมายังเปลือกตาเปลี่ยนไปจากเดิม

วิธีดูง่าย ๆ ว่าเป็นแบบไหน

สองสิ่งที่ลองสังเกตเองได้

วิธีคัดกรองเบื้องต้นด้วยตัวเองคือดูตำแหน่งของขอบตาเทียบกับตาดำในกระจกโดยลืมตาสบาย ๆ ไม่เลิกคิ้ว ถ้าขอบตาบนอยู่ค่อนไปทางกลางตาดำหรือบังตาดำส่วนบนมากกว่าที่ควร ให้สงสัยกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อีกวิธีคือใช้นิ้วยกหนังส่วนเกินขึ้นเบา ๆ ถ้าตาดูเปิดขึ้นชัดเจนแสดงว่าปัญหาหลักคือหนังส่วนเกิน แต่ถ้ายกแล้วขอบตายังต่ำอยู่ ให้สงสัยว่ามีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วม การตรวจกับแพทย์จะยืนยันได้แม่นกว่า

ประเด็นหนังตาตกกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
สิ่งที่ตกลงมาหนังเปลือกตาส่วนเกินขอบเปลือกตาเอง
ตำแหน่งขอบตายังอยู่ระดับปกติต่ำกว่าปกติ บังตาดำส่วนบน
แรงกล้ามเนื้อยกเปลือกตาปกติลดลง
ยกหนังส่วนเกินขึ้นแล้วตาดูเปิดขึ้นชัดเจนขอบตายังต่ำอยู่
อาการร่วมที่พบบ่อยหนังทับชั้นตา ลานสายตาบนถูกบังเลิกคิ้ว เงยหน้า ตาล้า ปวดหน้าผาก
แนวทางแก้หลักจัดการหนังตาส่วนเกินปรับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา

ทำไมแยกให้ถูกจึงสำคัญ

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อแก้ผิดจุด

ถ้าคนไข้มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมอยู่แต่ได้รับการแก้เพียงตัดหนังส่วนเกิน ผลที่ได้มักไม่ตรงตามหวัง เพราะหนังที่บังหายไปแล้ว แต่ขอบตาที่ยกไม่ขึ้นยังคงอยู่ ทำให้ตายังดูปรือ ดูง่วง หรือดูไม่เท่ากันสองข้าง บางรายชั้นตาที่ทำใหม่ยังดูไม่เท่ากันเพราะแรงยกของสองข้างต่างกันตั้งแต่ต้น การประเมินให้ครบก่อนวางแผนจึงลดโอกาสต้องกลับมาผ่าตัดแก้ไขซ้ำ ซึ่งมักยากกว่าการทำครั้งแรก

ถ้าปัญหาหลักคือหนังส่วนเกิน ให้จัดการที่หนัง ถ้าปัญหาหลักคือขอบตายกไม่ขึ้น ให้ปรับที่กล้ามเนื้อ ถ้ามีทั้งสองอย่างร่วมกัน ให้วางแผนแก้ไปพร้อมกันในครั้งเดียวเท่าที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม และถ้ายังแยกไม่ออกด้วยตัวเอง ให้แพทย์ตรวจวัดก่อนตัดสินใจ ไม่ควรสรุปจากรูปถ่ายหรือคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว อ่านรายละเอียดภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเพิ่มได้ที่บทความเฉพาะเรื่อง

สองภาวะนี้เกิดร่วมกันได้บ่อยแค่ไหน

เมื่อทั้งสองอย่างมาพร้อมกัน

ในผู้ใหญ่วัยกลางคนขึ้นไป การพบทั้งหนังตาที่หย่อนและแผ่นเอ็นกล้ามเนื้อที่ยืดตามวัยพร้อมกันเป็นเรื่องพบได้บ่อย เพราะทั้งสองอย่างเป็นผลจากกระบวนการเดียวกันคือความเสื่อมของเนื้อเยื่อตามอายุ ในกรณีนี้แพทย์จะประเมินว่าปัญหาหลักอยู่ที่ส่วนใดมากกว่า และวางแผนจัดการทั้งสองส่วนตามสัดส่วนที่เหมาะสม การรู้ว่าตัวเองอาจมีทั้งสองอย่างช่วยให้คุณถามคำถามได้ตรงขึ้นในวันปรึกษาและเข้าใจแผนการรักษาได้ดีกว่า

ขั้นตอนตรวจสอบว่าตัวเองเป็นแบบไหน

ลำดับนี้ใช้คัดกรองเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ ไม่ใช่การวินิจฉัยด้วยตัวเอง แต่ช่วยให้เล่าอาการได้ครบขึ้น

  1. ส่องกระจกในที่แสงสว่างพอ มองตรงและลืมตาตามปกติโดยไม่เลิกคิ้ว ผ่อนหน้าผากให้สบายก่อนสังเกต
  2. ดูตำแหน่งขอบตาเทียบกับตาดำ สังเกตว่าขอบตาบนบังตาดำส่วนบนมากน้อยเพียงใด และสองข้างต่างกันหรือไม่
  3. ยกหนังส่วนเกินขึ้นเบา ๆ ใช้นิ้วยกหนังเปลือกตาส่วนที่หย่อนขึ้น แล้วดูว่าตาเปิดขึ้นชัดหรือขอบตายังต่ำอยู่
  4. เทียบกับรูปถ่ายเก่า เปิดรูปถ่ายเมื่อหลายปีก่อนมาเทียบเพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วหรือค่อยเป็นค่อยไป
  5. จดอาการร่วมที่สังเกตได้ บันทึกอาการเลิกคิ้ว เงยหน้า ปวดหน้าผาก ตาล้า หรืออาการที่เป็นมากขึ้นตอนเย็น
  6. นำข้อมูลไปให้แพทย์ตรวจยืนยัน ให้แพทย์วัดตำแหน่งขอบตาและทดสอบแรงกล้ามเนื้อยกเปลือกตาเพื่อยืนยันและวางแผนร่วมกัน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจรักษา

สิ่งที่ควรเก็บไว้ในใจคือภาวะทั้งสองแบบไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสวยงามเสมอไป เพราะหากบังลานสายตาส่วนบนก็กระทบการใช้ชีวิต และในบางรายอาการตาตกเป็นสัญญาณของโรคอื่นที่ต้องตรวจเพิ่ม การเข้ารับการประเมินจึงมีคุณค่ามากกว่าการหาว่าควรทำหัตถการใด รายการต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรระวัง

  • ระวัง! อาการตาตกที่เกิดขึ้นเร็วหรือมีเห็นภาพซ้อนร่วม ควรพบแพทย์โดยไม่รอ
  • ระวัง! อาการที่เป็นมากขึ้นตอนเย็นหรือเมื่อเหนื่อย อาจเกี่ยวกับโรคที่รอยต่อประสาทกับกล้ามเนื้อ
  • ระวัง! การตัดหนังตาเพียงอย่างเดียวในเคสที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วม มักได้ผลไม่ตรงตามหวัง
  • ระวัง! การประเมินจากรูปถ่ายทางแชตแทนการตรวจจริงในห้องตรวจ
  • ระวัง! การคาดหวังให้สองข้างเท่ากันสนิท ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ในทุกเคส

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หนังตาตก กับ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดูต่างกันอย่างไร ?
หนังตาตกคือหนังส่วนเกินหย่อนลงมาคลุมโดยขอบเปลือกตายังอยู่ระดับปกติ ส่วนกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคือขอบเปลือกตาเองยกไม่ขึ้นและตกต่ำกว่าปกติ
ตรวจเองได้ไหมว่าเป็นแบบไหน ?
คัดกรองเบื้องต้นได้โดยยกหนังส่วนเกินขึ้นแล้วดูว่าตาเปิดขึ้นชัดหรือขอบตายังต่ำอยู่ แต่การยืนยันต้องอาศัยการวัดตำแหน่งขอบตาและทดสอบแรงกล้ามเนื้อโดยแพทย์
เป็นทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ไหม ?
ได้และพบได้บ่อยในผู้ใหญ่ เพราะทั้งสองอย่างเป็นผลจากความเสื่อมของเนื้อเยื่อตามวัย แพทย์จะประเมินว่าปัญหาหลักอยู่ที่ส่วนใดและวางแผนจัดการตามสัดส่วน
ทำตาสองชั้นแก้ได้ทั้งสองแบบไหม ?
การทำชั้นตาช่วยจัดการหนังส่วนเกินได้ แต่ไม่ได้แก้แรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา เคสที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมมักต้องปรับกล้ามเนื้อไปพร้อมกันตามที่แพทย์ประเมิน
ทำไมตาข้างหนึ่งดูง่วงกว่าอีกข้าง ?
อาจเกิดจากแรงยกของกล้ามเนื้อสองข้างไม่เท่ากัน หรือหนังส่วนเกินหย่อนไม่เท่ากัน ในบางรายเป็นสัญญาณของภาวะอื่นที่ควรตรวจเพิ่ม จึงควรให้แพทย์ประเมิน
แก้แล้วต้องกลับมาแก้อีกไหม ?
ผลมักคงอยู่ได้ในระยะยาว แต่เนื้อเยื่อรอบดวงตายังเปลี่ยนตามวัยต่อไป และมีคนไข้ส่วนหนึ่งที่ต้องปรับแก้เพิ่มเติม ควรติดตามผลกับแพทย์เป็นระยะ
หมายเหตุด้านการแพทย์: ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ความเหมาะสมของแต่ละเทคนิคควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญแบบพบตัวจริงก่อนเสมอ การผ่าตัดและการฉีดสารเติมเต็มมีความเสี่ยงและต้องการ การปรึกษาและการดูแลหลังทำที่เหมาะสม ข้อมูลในบทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำ ทางการแพทย์เฉพาะบุคคลและไม่ใช้แทนการปรึกษาแพทย์ บีพราวด์ คลินิก ให้บริการภายใต้ใบอนุญาตโฆษณาสถานพยาบาล เลขที่ ฆสพ.สมส ๑๔๐/๒๕๖๑

ให้แพทย์ช่วยแยกว่าคุณเป็นแบบไหน

หากอยากรู้ว่าการแก้หนังตาตกและกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบไหนเหมาะกับลักษณะเปลือกตาและโครงหน้าของคุณ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมรอบดวงตาของ บีพราวด์ คลินิก ยินดีตรวจประเมินและให้คำแนะนำแบบเคสต่อเคส ในบรรยากาศอบอุ่นดุจคนในครอบครัว

📍 412 ถนนสุขุมวิท 101/1 บางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
📞 063 181 8081 · LINE @beproudclinic
เปิดทุกวัน 09:00–19:00 น. · ใบอนุญาตโฆษณาสถานพยาบาล เลขที่ ฆสพ.สมส ๑๔๐/๒๕๖๑

ปรึกษา / จองคิว

แหล่งอ้างอิง

บทความรีวิว​

บทความแนะนำ

Scroll to Top
PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเกทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซด์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อบันทึกการเข้าชมเว็บไซต์ เพื่อนำไปใช้ในการนำเสนอโฆษณา โปรโมชัน และการบริการที่ตรงกับความสนใจของคุณ
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า