เสริมคางให้สวย ด้วยเทคนิคของบีพราวด์

การเสริมคางเป็นการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น เพราะการที่มีคางยาวขึ้น จะทำให้ใบหน้าได้สัดส่วน มีมิติ ดูสมดุล ยาวเรียวได้รูปมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ากลม คางสั้น คางบุ๋ม หรือคางเบี้ยว การเสริมคางจึงอีกหนึ่งหัตถการที่จะช่วยให้ใบหน้าโดดเด่นไม่แพ้การทำศัลยกรรมอื่นๆ

 

การเสริมคางมีหลายแบบ ซึ่งของทางบีพราวด์ คลินิกเองก็รับเสริมคาง 3 แบบ คือ
1. เสริมคางแผลนอก โดยแพทย์จะผ่าตัดเปิดบริเวณใต้คาง แล้วใส่ซิลิโคนที่เหลาได้รูปแล้วเข้าไปเสริมคาง แพทย์จะจัดวางซิลิโคนได้ง่าย ลดอาการบิดเบี้ยว อีกทั้งยังดูแลรักษาง่าย บวมน้อย พักฟื้นเพียงไม่กี่วัน แต่ต้องคอยระวังแผลเป็น ซึ่งแผลจะหายในเวลา 1 – 3 เดือน
2. เสริมคางแผลใน จะเป็นการเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง แล้วใส่แท่งซิลิโคนเข้าไปตรงที่ต้องการ แล้วเย็บปิดด้วยไหมละลาย วิธีนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมเพราะมองไม่เห็นแผลเป็น แต่การดูแลรักษาค่อนข้างยุ่งยาก ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ

3. แก้เคสคาง ซึ่งแพทย์จะประเมินจากผู้รับบริการที่เคยเสริมคางมาก่อนว่าควรแก้ไขอย่างไร แล้วจึงจัดการแก้ไขไปตามความเหมาะสม

 

เสริมคางด้วยซิลิโคนขาสั้น/ขายาว แตกต่างกันอย่างไร

ซิลิโคน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญสำหรับการเสริมคางเช่นเดียวกับการเสริมจมูก ซึ่งจะใช้ซิลิโคนเกรดเดียวกัน เพียงแต่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน สำหรับของบีพราวด์ คลินิก จะใช้ซิโคน 2 แบบ คือ ซิลิโคนขาสั้นและซิลิโคนขายาว

ซิลิโคนขาสั้น
สามารถใส่ได้กับรูปหน้าทุกรูปแบบ โดยแพทย์จะใส่ซิลิโคนเสริมเข้าไปบริเวณช่วงปลายคาง ทำให้ใบหน้าดูสมดุล เรียวยาวขึ้น

ซิลิโคนขายาว
ซิลิโคนชนิดนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปหน้าค่อนข้างเล็ก แต่มีแก้มเยอะ เพราะจะช่วยเก็บแก้ม ทำให้หน้าดูเรียวสวยได้รูปยิ่งขึ้น

แล้วเราจะเตรียมตัวก่อนเสริมคางอย่างไร
1. กินอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำมากๆ
2. งดอาหารเสริมหรือยาที่มีคุณสมบัติเรื่องการแข็งตัวของเลือด
3. แปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
4. หากมีประวัติการแพ้ยา มีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำการผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังเสริมคาง
1. หลังเสริมคางควรนอนให้ศีรษะยกสูง 2 - 3 วัน สามารถนอนตะแคงศีรษะได้ ช่วยให้อาการบวมยุบได้ไว
2. ทำความสะอาดใบหน้าด้วยการใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ด หรือทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า
3. ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำเกลือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อไม่ให้เศษอาหารเข้าไปติดเกาะที่บริเวณปากแผล โดยเฉพาะการเสริมคางแบบแผลใน
4. ควรประคบเย็นตรงบริเวณคาง 2 - 3 วัน การประคบเย็นจะช่วยให้อาการบวมลดลง และยุบได้เร็วขึ้น

5. หลีกเลี่ยงการก้มหน้ามากๆ เช่น นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอมพิวเตอร์ เล่นโทรศัพท์มือถือ การยกของหนัก ส่ายหน้าหรือเอียงหน้าแรงๆ โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรก
6. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่คบเคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก

 

ผลงานเสริมคาง กับ BeProud Clinic

Copyright © 2018 Beproud Clinic . All rights reserved