ปากกระจับ เป็นแผลเป็นไหม? รู้ไทม์ไลน์แผล ตั้งแต่วันแรกจนเข้าที่
โดย นพ.กิตติ์ภวิศ พสุจรัสพงศ์ (หมออาร์ม) · แพทย์ประจำบีพราวด์ คลินิก · เผยแพร่ [26.08.2026]
ปากกระจับ เป็นแผลเป็นไหม? เป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญ เพราะปากเป็นอวัยวะหนึ่งบนใบหน้าที่หลายคนส่วนใหญ่มองเห็นเป็นอันดับต้นๆ และยังส่งผลต่อความรู้สึกของผู้คนที่มองมายังใบหน้าของเรา วันนี้ บีพราวด์ จะมาให้คำตอบที่ทุกคนสงสัยเกี่ยวกับแผลเป็นและการดูแลแผลหลังศัลยกรรมปากกระจับ
คำตอบสั้นๆ คือ ทุกการผ่าตัดมักทำให้เกิดรอยแผลเสมอ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่ารอยแผลเป็นนั้นเห็นชัดเพียงใดหรือซ่อนแผลได้ดีเพียงแค่ไหน ที่บีพราวด์ เราใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบที่เย็บแผลซ่อนรอยแผลไว้ใต้ริมฝีปากหรือแนวรอยต่อเพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นน้อยที่สุด และเย็บด้วยเทคนิค Infinity Stitch เย็บละเอียด ซ่อนปมไหม ทำให้ลดโอกาสการเกิดแผลเป็น ทั้งยังช่วยให้แผลบวมช้ำน้อย เข้าที่ได้ไว
แผลจากการทำปากกระจับอยู่ตรงไหน
ตำแหน่งของแผลปากกระจับที่บีพราวด์ จะซ่อนอยู่ใต้ริมฝีปากไว้โดยกำหนดแนวรอยต่อของการเย็บไว้ในตำแหน่งที่กลมกลืนกับโครงสร้างเดิมของริมฝีปาก ทำให้เมื่อแผลหายแล้ว ดูเป็นธรรมชาติ แทบดูไม่ออกว่าเคยทำปากกระจับมาก่อน
ทำไมบริเวณริมฝีปากจึงมีข้อดีเรื่องการหายของแผล และจำเป็นต่อการศัลยกรรมปาก
บริเวณริมฝีปากจะมีเส้นเลือดฝอยมาหล่อเลี้ยงมากกว่าหลายส่วนของร่างกาย ซึ่งส่งผลทำให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้น ทั้งยังมีเส้นประสาทบริเวณนั้นอยู่เป็นจำนวนมาก ลองคิดดูว่าแค่คุณเผลอกัดริมฝีปาก เพียงจึกเดียว ร่างกายก็คงเจ็บจนต้องตอบสนองเป็นการสะดุ้งตัว แต่นั่นจึงเป็นข้อดีที่ว่าถ้าเราสามารถบล็อกเส้นประสาททั้งหมดบริเวณนั้นได้ ความเจ็บเหล่านั้นก็แทบจะไม่ส่งผลต่อร่างกาย กลายเป็นเพียงความผ่อนคลายสบายๆ ในการศัลยกรรมปาก ซึ่งที่บีพราวด์ เราเด่นเทคนิคการบล็อกเส้นประสาทด้วยยาชา ทำให้คนไข้หลายๆ คนที่เคยผ่านศัลยกรรมปากกระจับกับเรา พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกสบายมาก ตอนผ่าตัด
แผลเปลี่ยนแปลงอย่างไรในแต่ละช่วง
การหายของแผลผ่าตัดมีลำดับของมันและใช้เวลาหลายเดือน ในช่วงสัปดาห์แรกแผลยังใหม่และมีอาการบวมช้ำร่วมด้วย หลังตัดไหมแผลจะเริ่มปิดสนิทเริ่มเห็นเป็นเส้นสีชมพูจางๆ จากนั้นในช่วงเดือนแรกถึงเดือนที่สามแผลอาจดูชัดขึ้นชั่วคราวและรู้สึกแข็งขึ้น ซึ่งเป็นระยะที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาซ่อมแซม จึงจำเป็นต้องหมั่นนวดปากกระจับเพื่อลดการเกิดไตและพังผืด ช่วยให้ปากนิ่มลงพร้อมกับดูแลแผลด้วยยาลดรอยแผล ก็จะช่วยให้สีของแผลจางลงตามลำดับ จนกลมกลืนกับปากเดิมของเรา ซึ่งการเข้าใจว่าช่วงที่แผลดูชัดขึ้นเป็นขั้นตอนตามปกติของการสมานตัวของแผล จะช่วยลดความกังวลที่ไม่จำเป็นไปได้มาก
ตารางไทม์ไลน์การหายของแผล
ตารางด้านล่างสรุปแนวโน้มของแต่ละช่วงการหายของแผล พร้อมแนวทางดูแลตนเองเพื่อให้คุณทราบว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละระยะ ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะการหายของแผลต่างกันไปตามลักษณะผิว เทคนิคที่ใช้ และการดูแลของแต่ละคน ควรยึดคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ที่ผ่าตัดให้คุณเป็นหลักเสมอ
| ช่วงเวลา | ลักษณะที่มักพบ | แนวทางดูแลที่มักใช้ |
|---|---|---|
| วันที่ 1–3 | แผลยังใหม่ อาจพบอาการบวมช้ำ และตึงๆ เล็กน้อย | ประคบเย็นบริเวณที่ผ่าตัด 72 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นให้ประคบอุ่น (ห้ามแผลโดนน้ำ) และห้ามแปรงฟัน ให้ใช้การบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ C20 หรือน้ำเกลือเป็นหลัก |
| วันที่ 4–10 | ความบวมลดลงอย่างเห็นได้ชัด แผลเริ่มปิดสนิทดีขึ้น | สลับมาประคบอุ่นจนกว่าความบวมช้ำจะหายดี และใช้แปรงสีฟันเด็กดูแลความสะอาดช่องปากร่วมกับบ้วนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ C20 หรือน้ำเกลือ |
| วันที่ 10 | วันตัดไหม แผลเริ่มแห้งสนิทดี | หลังตัดไหม ให้นวดปากเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดการเกิดไตและพังผืด นวดเป็นประจำ 3–6 เดือน และทายาลดรอยแผลเป็นประจำ พร้อมดูแลตัวเองต่อเนื่อง เช่น การงดของแสลง แอลกอฮอล์ บุหรี่ จนกว่าครบ 1 เดือน |
| เดือนที่ 1–3 | นัดประเมินผลลัพธ์ครั้งที่ 1 | แผลเริ่มเข้าที่ดีขึ้น อาจจะมีสีของแผลเข้มขึ้นนิดหน่อย ในระยะนี้ สามารถรับประทานอาหารได้และกลับมาทำความสะอาดช่องปากได้ตามปกติ หมั่นทายาลดรอยแผลเป็นประจำจะค่อยๆ ดีขึ้น |
| เดือนที่ 3–6 | นัดประเมินผลลัพธ์ครั้งที่ 2 | แผลเริ่มนิ่มลงและสีจางลง ผลลัพธ์ปากกระจับเริ่มเข้าที่โดยสมบูรณ์ ระยะนี้สามารถมองเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน แพทย์จะนัดมารีเช็กทรงปากครั้งสุดท้ายเพื่อประเมินผลลัพธ์ร่วมกัน |
ปัจจัยที่มีผลต่อลักษณะของแผล
สิ่งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้
ปัจจัยแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่ควบคุมไม่ได้คือลักษณะผิวของแต่ละคน แนวโน้มการเกิดแผลเป็นนูนที่ติดตัวมา และอายุ กลุ่มที่ควบคุมได้คือสิ่งที่คุณทำในช่วงพักฟื้น ทั้งการดูแลแผลตามคำแนะนำ การไม่ดึงรั้งบริเวณแผลในช่วงที่ยังใหม่ และการงดสูบบุหรี่กับแอลกอฮอล์ ผู้ที่เคยมีแผลเป็นนูนจากการผ่าตัดหรือบาดแผลอื่นควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่วันปรึกษา เพราะเป็นข้อมูลที่มีผลต่อการวางแผนการดูแล
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงพักฟื้น
- อ้าปากกว้างหรือหัวเราะแรงในช่วงที่แผลยังใหม่ ซึ่งเพิ่มแรงดึงรั้งบริเวณแผล
- รับประทานอาหารแสลง ของแข็ง เหนียว หรือร้อนจัด
- ทาลิปสติกหรือใช้เครื่องสำอางบริเวณแผลก่อนแพทย์อนุญาต
- ตากแดดโดยไม่ป้องกัน โดยเฉพาะในช่วงหลายเดือนแรก
- ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นเองโดยไม่ปรึกษาว่าเหมาะกับระยะใด
- สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสัมพันธ์กับการหายที่ช้าลง
เมื่อไหร่ที่ควรกลับไปพบแพทย์
ควรติดต่อคลินิกหากพบสัญญาณที่ไม่ใช่รูปแบบปกติของการหาย ได้แก่ แผลแดง ร้อน บวมมากขึ้นแทนที่จะลดลง มีหนองหรือมีกลิ่น อาการปวดที่เพิ่มขึ้น หรือมีไข้ร่วมด้วย ซึ่งอาจบ่งถึงการติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษา อีกกลุ่มคือแผลที่นูนหนาขึ้นเรื่อยๆ เกินขอบเขตของแผลเดิม ซึ่งควรได้รับการประเมินตั้งแต่ระยะแรกเพราะการดูแลในระยะแรกมักได้ผลดีกว่า การโทรปรึกษาเร็วไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจ และมักช่วยให้จัดการปัญหาได้ง่ายกว่าการรอดูอาการเอง
สัญญาณที่ไม่ควรรอดูอาการ
อาการที่ควรได้รับการตรวจโดยเร็ว ได้แก่ อาการปวดรุนแรงที่เพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง แผลแยกออกจากกัน มีเลือดออกไม่หยุด มีอาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติที่ไม่ดีขึ้นตามเวลา และมีไข้ร่วมกับอาการเฉพาะที่ อาการกลุ่มนี้อาจสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลเฉพาะ ซึ่งการรักษาตั้งแต่ระยะแรกมักให้ผลดีกว่า หากไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องปกติหรือไม่ การถ่ายรูปส่งให้คลินิกดูก่อนเป็นวิธีที่สะดวกและช่วยประเมินได้เบื้องต้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำปากกระจับแล้วจะเห็นแผลเป็นชัดไหม
แผลจะจางลงเมื่อไหร่
ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นตอนไหน
ทาลิปสติกได้เมื่อไหร่
มีประวัติแผลเป็นนูนทำได้ไหม
แผลแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์
ปรึกษาเรื่องปากกระจับกับบีพราวด์ คลินิก
หากอยากทราบว่ารูปปากแบบใดเหมาะกับโครงหน้าของคุณ ทีมแพทย์ของ บีพราวด์ คลินิก ยินดีประเมินและให้คำแนะนำแบบเคสต่อเคส ในบรรยากาศอบอุ่นดุจคนในครอบครัว
📍 412 ถนนสุขุมวิท 101/1 บางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
📞 063 181 8081 · LINE @beproudclinic
เปิดทุกวัน 09:00–19:00 น. · ใบอนุญาตโฆษณาสถานพยาบาล เลขที่ ฆสพ.สมส ๑๔๐/๒๕๖๑
แหล่งอ้างอิง
Tags
Tags