กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร สาเหตุ อาการ และแนวทางรักษา

สารบัญ

หลายคนคิดว่าตัวเองแค่ตาปรือเพราะนอนน้อย แต่บางรายเป็นภาวะที่ตรวจพบได้ชัดในห้องตรวจ

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร ตอบสั้น ๆ คือภาวะที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตาบน ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า levator palpebrae superioris ทำงานได้ไม่เต็มแรง ทำให้ขอบเปลือกตาตกลงมาต่ำกว่าปกติ ตาดูปรือ ดูง่วง หรือดูไม่เท่ากันสองข้าง ภาวะนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า ptosis หรือ blepharoptosis และถือเป็นอาการแสดงอย่างหนึ่ง ไม่ใช่โรคเดี่ยว ๆ จึงต้องหาสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังก่อนวางแผนรักษา

คำตอบสั้น ๆ: คือภาวะที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตาบนทำงานได้ไม่เต็มแรง ทำให้ขอบตาตกต่ำกว่าปกติและตาดูปรือ การรักษาหลักคือการผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา แต่ต้องหาสาเหตุก่อนเสมอ

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร ในทางการแพทย์

กลไกการยกเปลือกตาปกติ

การลืมตาในชีวิตประจำวันอาศัยกล้ามเนื้อสองมัดทำงานร่วมกัน มัดหลักคือกล้ามเนื้อยกเปลือกตาบน ที่ควบคุมด้วยเส้นประสาทสมองคู่ที่สาม และมัดเสริมคือกล้ามเนื้อมูลเลอร์ที่ทำงานใต้ระบบประสาทอัตโนมัติ ปลายของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาแผ่เป็นแผ่นเอ็นบาง ๆ ไปเกาะกับแผ่นกระดูกอ่อนของเปลือกตา เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว แรงจะถูกส่งผ่านแผ่นเอ็นนี้ไปยกขอบตาขึ้น หากจุดใดในเส้นทางนี้ทำงานพร่องไป ขอบเปลือกตาก็จะยกได้ไม่สุดและตกลงมาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

เมื่อระบบนี้ทำงานพร่องไป

เปรียบเทียบให้เห็นภาพเหมือนม่านหน้าต่างที่ดึงด้วยเชือก ถ้าเชือกยืดหรือหลุดจากรอกไปบางส่วน แม้จะออกแรงดึงเท่าเดิม ม่านก็ขึ้นไม่สุดและค้างอยู่ต่ำกว่าระดับที่เคย เปลือกตาก็ทำงานคล้ายกัน คือปัญหาอาจอยู่ที่ตัวกล้ามเนื้อเอง ที่แผ่นเอ็นที่ยืดหรือหลุดลอก หรือที่เส้นประสาทที่สั่งงาน ซึ่งแต่ละจุดมีสาเหตุและแนวทางรักษาต่างกัน จึงเป็นเหตุผลที่แพทย์ต้องตรวจแยกก่อน ไม่ใช่แก้ที่หนังตาอย่างเดียวแล้วจบ

สาเหตุของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมีอะไรบ้าง

แบ่งตามกลุ่มสาเหตุหลัก

ตำราทางจักษุแบ่งภาวะนี้ตามกลไกที่ทำให้เกิด ซึ่งช่วยให้วางแผนการรักษาได้ตรงจุดกว่าการดูเพียงว่าตาตก ในผู้ใหญ่กลุ่มที่พบได้บ่อยคือกลุ่มที่แผ่นเอ็นของกล้ามเนื้อยืดหรือแยกตัวตามอายุ ส่วนในเด็กมักเป็นชนิดที่เป็นมาตั้งแต่เกิดจากการพัฒนาของกล้ามเนื้อที่ไม่สมบูรณ์ การแยกกลุ่มสาเหตุจึงเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็นก่อนพูดถึงการผ่าตัดใด ๆ

  • ชนิดที่เป็นมาตั้งแต่เกิด จากการพัฒนาของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาที่ไม่สมบูรณ์
  • ชนิดตามวัย จากแผ่นเอ็นของกล้ามเนื้อที่ยืดหรือแยกตัวออกไปตามอายุ ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ใหญ่
  • ชนิดที่เกี่ยวกับเส้นประสาท เช่น ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่สาม หรือกลุ่มอาการฮอร์เนอร์
  • ชนิดที่เกี่ยวกับรอยต่อประสาทกับกล้ามเนื้อ เช่น โรคมัยแอสทีเนีย เกรวิส ที่อาการมักเป็นมากขึ้นตอนเย็น
  • ชนิดที่มีแรงถ่วงทางกล เช่น ก้อนหรือหนังตาที่หย่อนหนามากจนถ่วงเปลือกตา
  • ชนิดที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือการผ่าตัดบริเวณตา รวมถึงที่พบได้หลังผ่าตัดต้อกระจก
  • ชนิดที่ดูเหมือนตาตกแต่ไม่ใช่ เช่น เบ้าตาลึกหรือคิ้วตกที่ทำให้ดูคล้ายกัน

อาการที่สังเกตได้ด้วยตัวเอง

สิ่งที่คนไข้มักเล่าให้หมอฟัง

อาการของภาวะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องความสวยงาม เพราะขอบตาที่ตกลงมาบังลานสายตาส่วนบนได้จริง หลายคนจึงเผลอเลิกคิ้วหรือเงยหน้าเล็กน้อยเพื่อชดเชยโดยไม่รู้ตัว และมาด้วยอาการปวดหน้าผากหรือตาล้า สัญญาณที่สังเกตได้เองมักชัดขึ้นเมื่อเทียบรูปถ่ายเก่ากับปัจจุบัน หรือเมื่อคนรอบตัวทักว่าดูง่วงตลอด หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกันหลายข้อ การเข้ารับการตรวจประเมินจะช่วยแยกได้ชัดกว่าการสรุปด้วยตัวเอง

  • ขอบตาบนตกลงมาบังส่วนบนของตาดำ ทำให้ตาดูปรือ
  • ตาสองข้างดูไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งดูเล็กหรือง่วงกว่า
  • ต้องเลิกคิ้วหรือเงยหน้าเพื่อช่วยลืมตา
  • ปวดหน้าผาก ตาล้า หรือเมื่อยรอบดวงตาเมื่อใช้สายตานาน
  • ชั้นตาดูจางลง หายไป หรือสูงผิดจากเดิม
  • ในบางรายอาการเป็นมากขึ้นช่วงเย็นหรือเมื่อเหนื่อย

แพทย์ตรวจประเมินอย่างไร

สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องตรวจ

การตรวจไม่ใช่แค่มองว่าตาตกหรือไม่ แต่เป็นการวัดเชิงตัวเลขเพื่อระบุระดับและกลไกของภาวะ แพทย์จะวัดระยะจากจุดสะท้อนแสงกลางตาดำถึงขอบตาบน วัดความสูงของช่องเปลือกตา ทดสอบแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา และดูตำแหน่งของชั้นตาเดิมประกอบกัน พร้อมกับซักประวัติเพื่อคัดกรองสาเหตุทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อที่ต้องส่งตรวจเพิ่ม ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่กำหนดว่าควรใช้วิธีผ่าตัดแบบใดหรือควรรักษาสาเหตุก่อน

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง รักษายังไง

แนวทางรักษาที่ใช้จริง

เมื่อทราบสาเหตุแล้ว แนวทางหลักของภาวะที่ไม่ได้มาจากโรคทางระบบคือการผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา โดยเลือกวิธีตามแรงของกล้ามเนื้อที่เหลืออยู่ ในรายที่กล้ามเนื้อยังมีแรงพอ แพทย์มักเลื่อนหรือกระชับแผ่นเอ็น ในรายที่ระดับไม่มากอาจใช้วิธีจัดการทางด้านในของเปลือกตา ส่วนรายที่กล้ามเนื้อแรงน้อยมาก อาจต้องใช้วิธีแขวนกับกล้ามเนื้อหน้าผากเพื่อช่วยยกแทน สำหรับรายที่เป็นจากโรคทางระบบ การดูแลโรคต้นเหตุมาก่อนการผ่าตัดเสมอ

ระดับและลักษณะแนวทางที่มักใช้หมายเหตุ
กล้ามเนื้อยังมีแรงดี ระดับน้อยถึงปานกลางเลื่อนหรือกระชับแผ่นเอ็นกล้ามเนื้อยกเปลือกตาปรับความสูงได้ละเอียด มักทำร่วมกับการทำชั้นตา
ระดับน้อย กล้ามเนื้อแรงดีจัดการทางด้านในของเปลือกตาไม่มีแผลด้านนอก เหมาะกับบางเคสเท่านั้น
กล้ามเนื้อแรงน้อยมากแขวนเปลือกตากับกล้ามเนื้อหน้าผากใช้ในเคสที่กล้ามเนื้อเดิมช่วยได้น้อย
เกิดจากโรคทางระบบรักษาโรคต้นเหตุก่อนเช่นกลุ่มโรคที่รอยต่อประสาทกับกล้ามเนื้อ
ระดับน้อยและยังไม่พร้อมผ่าตัดติดตามอาการหรือใช้ยาตามข้อบ่งชี้ให้แพทย์พิจารณาตามความเหมาะสมรายบุคคล
มีหนังตาหย่อนถ่วงร่วมจัดการหนังตาส่วนเกินร่วมด้วยต้องแยกให้ชัดว่าปัญหาหลักอยู่ที่ใด

ขั้นตอนตั้งแต่สงสัยจนถึงการรักษา

ลำดับต่อไปนี้ช่วยให้คุณเห็นภาพว่าควรเริ่มจากอะไร และอะไรที่ยังไม่ควรรีบตัดสินใจ

  1. สังเกตอาการและเทียบรูปถ่ายเดิม ดูว่าขอบตาตกลงมาบังตาดำมากขึ้นหรือไม่ และเทียบกับรูปถ่ายเมื่อหลายปีก่อนเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง
  2. จดอาการร่วมที่พบ บันทึกว่ามีอาการเลิกคิ้ว ปวดหน้าผาก ตาล้า เห็นภาพซ้อน หรืออาการที่เป็นมากขึ้นตอนเย็นหรือไม่
  3. เข้ารับการตรวจกับแพทย์เฉพาะทาง ให้แพทย์วัดระยะขอบตา ทดสอบแรงกล้ามเนื้อยกเปลือกตา และซักประวัติเพื่อคัดกรองสาเหตุทางระบบ
  4. ตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ หากสงสัยสาเหตุทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ แพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มหรือส่งปรึกษาแพทย์สาขาที่เกี่ยวข้อง
  5. วางแผนแนวทางรักษาร่วมกัน คุยเรื่องวิธีที่เหมาะกับระดับของคุณ ผลที่คาดหวังได้ ความเสี่ยง ระยะพักฟื้น และแนวทางหากต้องปรับแก้
  6. ติดตามผลตามนัด มาตรวจติดตามเพื่อประเมินความสูงและความสมมาตรของเปลือกตาในระยะที่แผลค่อย ๆ นิ่งลง

ความเสี่ยงและข้อควรรู้ก่อนผ่าตัด

การผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อยกเปลือกตามีข้อจำกัดที่ควรทราบตรงไปตรงมาก่อนตัดสินใจ ข้อมูลจากแหล่งทางการแพทย์ระบุว่าความสมมาตรที่เท่ากันสนิททั้งความสูงและรูปโค้งของเปลือกตาสองข้าง ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ในทุกเคสและไม่ใช่เป้าหมายของการผ่าตัด รวมถึงมีคนไข้ส่วนหนึ่งที่ต้องผ่าตัดปรับแก้มากกว่าหนึ่งครั้ง อาการบวมช้ำมักลดลงในราวสองสัปดาห์ และอาจมีช่วงที่ปิดตาไม่สนิทชั่วคราวจึงต้องใช้น้ำตาเทียมตามที่แพทย์แนะนำ การเข้าใจข้อจำกัดเหล่านี้ล่วงหน้าช่วยให้ความคาดหวังตรงกับความเป็นจริง

  • ระวัง! ความสูงของเปลือกตาสองข้างอาจไม่เท่ากันสนิทและบางรายต้องปรับแก้
  • ระวัง! ช่วงแรกอาจปิดตาไม่สนิทและมีอาการตาแห้งชั่วคราว
  • ระวัง! อาการบวมช้ำในระยะแรกทำให้ยังประเมินผลจริงไม่ได้
  • ระวัง! หากมีโรคทางระบบร่วม การผ่าตัดโดยไม่รักษาต้นเหตุอาจไม่ได้ผลตามหวัง
  • ระวัง! การติดเชื้อและการมองเห็นเปลี่ยนแปลงเป็นภาวะที่พบได้น้อยแต่ต้องเฝ้าระวัง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร แตกต่างจากตาปรือธรรมดาไหม ?
เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตาบนทำงานได้ไม่เต็มแรงจนขอบตาตกต่ำกว่าปกติ ต่างจากความรู้สึกตาปรือจากการพักผ่อนไม่พอ เพราะภาวะนี้วัดได้จากตำแหน่งขอบตาในห้องตรวจ
ภาวะนี้หายเองได้ไหม ?
ชนิดที่เกิดจากแผ่นเอ็นยืดตามวัยมักไม่หายเอง ส่วนชนิดที่เกิดจากโรคทางระบบหรือยาบางอย่างอาจดีขึ้นเมื่อรักษาต้นเหตุ จึงต้องให้แพทย์ตรวจแยกก่อน
ต้องผ่าตัดทุกรายไหม ?
ไม่ทุกราย รายที่ระดับน้อยและไม่กระทบการมองเห็นอาจติดตามอาการก่อน ส่วนรายที่บังลานสายตาหรือกระทบการใช้ชีวิตมักพิจารณาผ่าตัดตามข้อบ่งชี้
ทำพร้อมกับตาสองชั้นได้ไหม ?
ในหลายเคสแพทย์วางแผนทำร่วมกันได้ เพราะการปรับกล้ามเนื้อและการออกแบบชั้นตาเกี่ยวข้องกัน แต่ต้องประเมินเป็นรายกรณีว่าเหมาะสมหรือไม่
เด็กที่เป็นตั้งแต่เกิดควรทำเมื่อไหร่ ?
ต้องให้จักษุแพทย์ประเมินเป็นรายกรณี เพราะหากเปลือกตาบังการมองเห็นอาจกระทบพัฒนาการของสายตาและจำเป็นต้องดูแลเร็วกว่าปกติ
ผ่าตัดแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน ?
ผลมักคงอยู่ได้ในระยะยาว แต่เนื้อเยื่อรอบดวงตายังเปลี่ยนตามวัยต่อไป บางรายจึงอาจต้องปรับแก้ในภายหลัง ควรติดตามผลกับแพทย์เป็นระยะ
หมายเหตุด้านการแพทย์: ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ความเหมาะสมของแต่ละเทคนิคควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญแบบพบตัวจริงก่อนเสมอ การผ่าตัดและการฉีดสารเติมเต็มมีความเสี่ยงและต้องการ การปรึกษาและการดูแลหลังทำที่เหมาะสม ข้อมูลในบทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำ ทางการแพทย์เฉพาะบุคคลและไม่ใช้แทนการปรึกษาแพทย์ บีพราวด์ คลินิก ให้บริการภายใต้ใบอนุญาตโฆษณาสถานพยาบาล เลขที่ ฆสพ.สมส ๑๔๐/๒๕๖๑

ปรึกษาเรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงกับบีพราวด์ คลินิก

หากอยากรู้ว่าการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบไหนเหมาะกับลักษณะเปลือกตาและโครงหน้าของคุณ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมรอบดวงตาของ บีพราวด์ คลินิก ยินดีตรวจประเมินและให้คำแนะนำแบบเคสต่อเคส ในบรรยากาศอบอุ่นดุจคนในครอบครัว

📍 412 ถนนสุขุมวิท 101/1 บางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
📞 063 181 8081 · LINE @beproudclinic
เปิดทุกวัน 09:00–19:00 น. · ใบอนุญาตโฆษณาสถานพยาบาล เลขที่ ฆสพ.สมส ๑๔๐/๒๕๖๑

ปรึกษา / จองคิว

แหล่งอ้างอิง

บทความรีวิว​

บทความแนะนำ

Scroll to Top
PDPA Icon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเกทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซด์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้ประเภทนี้ใช้เพื่อบันทึกการเข้าชมเว็บไซต์ เพื่อนำไปใช้ในการนำเสนอโฆษณา โปรโมชัน และการบริการที่ตรงกับความสนใจของคุณ
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า