
โบท็อกซ์
โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox Program)
โบท็อกซ์ (Botox หรือ Botulinum Toxin Type A) คือสารโปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งการหลั่งของสารสื่อประสาท Acetylcholine ที่ทำหน้าที่กระตุ้นการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ได้รับสาร Botulinum Toxin Type A คลายตัวลงชั่วคราว จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าได้ และสามารถนำมาใช้เพื่อปรับรูปหน้า ลดขนาดกล้ามเนื้อบางส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมสูงเนื่องจากใช้เวลาทำหัตถการไม่นาน ประมาณ 15-30 นาที ไม่ต้องผ่าตัด และให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว โดยจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ภายใน 2-4 สัปดาห์ และสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 4–6 เดือน เมื่อสารเริ่มหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ หากต้องการคงผลลัพธ์สามารถเติมซ้ำได้
โปรแกรมโบท็อกซ์ ช่วยอะไรบ้าง
- ลดริ้วรอย รักษาร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น
- ปรับรูปหน้า ลดกราม ลิฟต์กรอบหน้า ลดปีกจมูก
- ปรับรูปร่าง ลดกล้ามแขน ลดขนาดน่องขา
- ลดขนาดรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ
- ลดการทำงานของต่อมเหงื่อ แก้ปัญหากลิ่นตัว
- รักษาอาการไมเกรน
- บรรเทาอาการปวดเมื่อยจากออฟฟิศซินโดรม
โปรแกรมโบท็อกซ์ริ้วรอย
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย (ฺAngel Wrinkle Botox) คือการฉีดสาร Botulinum Toxin A เข้าสู่กล้ามเนื้อในบริเวณที่เกิดริ้วรอย เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยจางลง และผิวดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
โดย โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย สามารถเริ่มทำหัตถการได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนเกิดร่องลึกและเพื่อลดเลือนริ้วรอยที่เริ่มชัดขึ้นหรือเป็นร่องลึก
✅สามารถเห็นผลลัพธ์ภายใน 7 วัน และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 14 วัน
✅ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ
โปรแกรมโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า (ฺAngel V-Shape Botox) คือการฉีดสาร Botulinum Toxin A เข้าสู่กล้ามเนื้อในบริเวณกรอบหน้า เพื่อช่วยยกกระชับแนวกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย และปรับรูปหน้าให้ดูเรียวคมยิ่งขึ้น
โดย โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า สามารถเริ่มทำหัตถการได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันผิวหย่อนก่อนวัยหรือเพื่อเปลี่ยนกรอบหน้าที่หย่อยคล้อยให้กลับมากระชับและคมชัดขึ้น
✅สามารถเห็นผลลัพธ์ภายใน 7 วัน และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 14 วัน
✅ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ
โปรแกรมโบท็อกซ์กราม
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดกราม (ฺAngel V-Shape Botox) คือการฉีดสาร Botulinum Toxin A เข้าสู่กล้ามเนื้อกราม (masseter muscle) เพื่อลดขนาดและการทำงานของกล้ามเนื้อมัดนี้ ส่งผลให้ใบหน้าเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ ลดความแข็งของกรามโดยไม่ต้องผ่าตัด
โดย โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดกราม สามารถเริ่มทำหัตถการได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับคนที่มีกรามใหญ่จนใบหน้าดูเหลี่ยมหรือกว้าง รวมถึงคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูละมุน คนที่ต้องการเผยกรอบหน้าคมชัดอย่างมั่นใจ
✅สามารถเห็นผลลัพธ์ภายใน 14 วัน และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 1 เดือน
✅ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ
โบท็อกซ์แท้ ผ่านมาตรฐาน อย.ไทย ควรเช็กอะไรบ้าง
ปัจจุบันโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนที่ต้องการปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย หรือยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนทำหัตถการ เพราะการใช้โบท็อกซ์ปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้กล้ามเนื้อไม่ตอบสนองหรือไม่ออกฤทธิ์ตามที่ควรเป็น ในบางรายอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น อาการแพ้เฉียบพลัน อักเสบ ติดเชื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดตำแหน่ง หรือในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท
โดยสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ มีดังนี้
- ได้รับการรับรองจาก อย.ไทย มีชื่อบริษัทนำเข้าอย่างถูกต้อง มีฉลากภาษาไทย และสามารถตรวจสอบหมายเลขทะเบียนได้บนเว็บไซต์ขององค์การอาหารและยา (อย.)
2. บรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมแสดงข้อมูลที่ชัดเจน
3. ทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมและมีประสบการณ์ในด้านการทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์
ความประทับใจจากผู้ใช้บริการ
แพทย์ประจำบีพราวด์ คลินิก
Q&A คำถามยอดฮิต
Q : โปรแกรมโบท็อกซ์อันตรายไหม?
A : หากใช้ของแท้ ผ่าน อย. และทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ถือว่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำหัตถการโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ หรือฉีดผิดตำแหน่งอาจจะส่งผลตรงข้ามได้ เช่น เปลือกตาตก หรือ ใบหน้าแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติ
Q : อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มฉีดได้?
A : โดยทั่วไปสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า หรือมีความต้องการที่จะป้องกันริ้วรอยก่อนเกิดร่องลึกถาวร
Q : ถ้าหยุดฉีด หน้าเหี่ยวกว่าเดิมจริงไหม?
A : ไม่จริง ❌ เมื่อโบท็อกซ์หมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงานตามปกติ ใบหน้าจะกลับมาใกล้เคียงสภาพเดิม เพียงแต่อาจจะรู้สึกว่าริ้วรอยกลับมาเห็นชัดขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่โบท็อกซ์ยังออกฤทธิ์อยู่
Q : ทำไมบางคนฉีดแล้ว เปลือกตาตก?
A : เกิดจากฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ผิดตำแหน่ง,การใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ การไปจับ กด นวด บริเวณที่ฉีด จนทำให้ตัวยากระจายตัวไม่คงที่ไหลไปโดนในตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยกเปลือกตา ซึ่งจะส่งผลทำให้เปลือกตาตกลงมาปิดทับดวงตาในที่สุด วิธีการแก้ไขเบื้องต้น ให้รีบแจ้งแพทย์ที่ดูแลเพื่อประเมินอาการว่าเกิดจากสาเหตุใด หากเป็นจากกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากที่คลายตัวมากเกินไป อาจจะทำการประคบอุ่นประคบร้อนช่วย แต่หากเกิดจากกล้ามเนื้อยกเปลือกตา แพทย์จะให้ยาหยอดตาเพื่อช่วยในการเปิดเปลือกตาให้ยกขึ้น พร้อมกับการประคบอุ่นหรือประคบร้อนเพื่อให้โบท็อกซ์นั้นสลายตัวได้ไวขึ้น
Q : โปรแกรมโบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อจริงไหม?
A : ไม่จริง การฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เป็นการยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหดเกร็ง ซึ่งจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เมื่อโบท็อกซ์สลาย กล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ
Q : ต้องเว้นกี่เดือนถึงฉีดซ้ำได้
A : โดยทั่วไปควรเว้นประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ยี่ห้อที่ใช้ และการประเมินของแพทย์ ไม่ควรฉีดถี่เกินไป เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการดื้อโบท็อกซ์ได้
Q : ถ้าดื้อโปรแกรมโบท็อกซ์แล้ว การเปลี่ยนยี่ห้ออื่นจะช่วยได้ไหม
A : ไม่ช่วย เนื่องจากเป็น Botulinum Toxin Type A ตัวเดียวกัน และร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อตัวสารแล้ว การเปลี่ยนยี่ห้ออาจไม่ได้ช่วยมากนัก
Q : ถ้าแพ้โปรแกรมโบท็อกซ์ มีอาการอย่างไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร?
A : อาการส่วนใหญ่ที่พบได้น้อยมาก มักจะเป็น บวมแดง ผื่นคัน ลมพิษบริเวณที่ฉีด ซึ่งแต่ละคนก็มีปฏิกิริยาต่อร่างกายตอบสนองมากน้อยต่างกัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยควรเตรียมประวัติโรคประจำตัว ยาที่ทานให้แพทย์ทราบก่อนทำหัตถการทุกครั้ง และหากพบอาการผิดปกติควรรีบแจ้งแพทย์ที่ทำหัตถการทันที