www.beproudclinic.com

เสริมจมูก Close System: ทางเลือกยอดนิยมเพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและพักฟื้นไว

การ เสริมจมูก Close System หรือการเสริมจมูกแบบปิด เป็นเทคนิคมาตรฐานที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในวงการศัลยกรรมความงาม จุดเด่นคือการเปิดแผลขนาดเล็กภายในรูจมูกเพียงข้างเดียวเพื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปตามรูปทรงที่ออกแบบไว้ เทคนิคนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานโครงสร้างจมูกเดิมค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่อยากเพิ่มสันจมูกให้ดูโด่งคมชัด หรือปรับปลายจมูกให้สโลปสวยรับกับใบหน้า

สารบัญ

ที่ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic ) เรายกระดับการ เสริมจมูก Close ให้มีความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยการเหลาซิลิโคนแบบเคสต่อเคส (Handmade) โดย นพ.กิตติ์ภวิศ พสุจรัสพงศ์ (หมออาร์ม) และ ทีมแพทย์ เพื่อให้ได้ทรงจมูกที่เข้ากับ Golden Ratio ของคนไข้แต่ละรายมากที่สุดครับ

ทำไมต้อง เสริมจมูก Close System ที่ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic )?

เทคนิคแบบปิดของเรามีข้อดีที่ตอบโจทย์คนไข้ในปัจจุบัน ดังนี้:

  • แผลเล็ก ซ่อนในรูจมูก: แผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กมากและถูกซ่อนไว้ภายในรูจมูก ทำให้มองไม่เห็นแผลเป็นจากภายนอก 100%
  • บวมน้อย พักฟื้นไว: เนื่องจากการรบกวนเนื้อเยื่อภายในมีน้อยกว่าเทคนิคแบบเปิด (Open) ทำให้ลดอาการบวมช้ำหลังทำ คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไว
  • ใช้เวลาผ่าตัดสั้น: โดยปกติจะใช้เวลาเพียง 30-45 นาที ช่วยลดความกังวลและความเหนื่อยล้าของคนไข้ระหว่างผ่าตัด
  • ความปลอดภัยสูง: ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก และใช้ยาชาเฉพาะจุดในการผ่าตัด

ตารางเปรียบเทียบ: เสริมจมูก Close vs เสริมจมูก Open


หัวข้อเปรียบเทียบ เสริมจมูก Close System เสริมจมูก Open System
ตำแหน่งแผล ภายในรูจมูก (มองไม่เห็นจากภายนอก) บริเวณฐานจมูกและภายในรูจมูก
การแก้ไขโครงสร้าง เน้นการเพิ่มความโด่งและสโลป แก้ไขกระดูกฮัมพ์, จมูกคด, หรือแก้ไขโครงสร้างหนัก
ระยะเวลาพักฟื้น 3 – 5 วัน (หายไว) 7 – 14 วัน (บวมนานกว่า)
เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีโครงสร้างเดิมดีแต่อยากอัปดั้ง ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างซับซ้อน หรือเคสแก้
ค่าใช้จ่าย ย่อมเยาและเข้าถึงง่ายกว่า สูงกว่าเนื่องจากความซับซ้อน

การเลือกทรงซิลิโคนให้รับกับโครงหน้าคือ “หัวใจ” ที่จะทำให้การ เสริมจมูก Close System ออกมาดูเนียนที่สุดและไม่ดูเป็นแท่งปลอมครับ เพราะแต่ละโครงหน้ามีความกว้าง ยาว และมิติที่ต่างกัน

ทีมแพทย์ ของ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic ) นำโดย นพ.กิตติ์ภวิศ พสุจรัสพงศ์ (หมออาร์ม) จึงให้ความสำคัญกับการเหลาซิลิโคนแบบเคสต่อเคส เพื่อปรับความหนา-บางของซิลิโคนให้เข้ากับรูปหน้าแต่ละแบบดังนี้ครับ

วิเคราะห์ทรงซิลิโคนที่เหมาะกับโครงหน้าแต่ละประเภท

1. ใบหน้าทรงไข่ (Oval Face)

  • ทรงที่แนะนำ: สามารถทำได้เกือบทุกทรง แต่ที่นิยมที่สุดคือ “ทรงสโลปปลายพุ่ง”
  • เหตุผล: ใบหน้าทรงไข่มีความสมดุลอยู่แล้ว การเสริมจมูกให้มีสันสโลปตั้งแต่หัวตาและทิ้งปลายให้พุ่งเล็กน้อย จะช่วยขับเน้นให้ใบหน้าดูมีมิติและดูอินเตอร์มากขึ้น

2. ใบหน้ากลม (Round Face)

  • ทรงที่แนะนำ: “ทรงสโลปปลายหยดน้ำ” หรือเพิ่มความสูงของสันจมูกเล็กน้อย
  • เหตุผล: คนหน้ากลมมักมีมิติช่วงกึ่งกลางหน้าน้อย การเสริมจมูกให้มีสันที่ชัดเจนขึ้นจะช่วยอำพรางให้ใบหน้าดูเรียวยาวและดูสมส่วนมากขึ้น

3. ใบหน้ายาว (Long Face)

  • ทรงที่แนะนำ: “ทรงสโลปปลายมน” (ไม่ควรทำปลายพุ่งแหลมเกินไป)
  • เหตุผล: หากเสริมจมูกให้พุ่งหรือยาวเกินไป จะยิ่งเน้นให้ใบหน้าดูยาวมากขึ้นไปอีก การเลือกทรงที่สโลปนุ่มนวลและปลายมีความมนจะช่วยให้ใบหน้าดูหวานและสมดุลขึ้น

4. ใบหน้าเหลี่ยมหรือมีโหนกแก้มชัด (Square/Angular Face)

  • ทรงที่แนะนำ: “ทรง S-Curve” ที่มีความโค้งละมุน
  • เหตุผล: เพื่อช่วยลดความแข็งของใบหน้า ความโค้งมนของจมูกจะช่วยเบี่ยงเบนสายตาจากกรามหรือโหนกแก้ม ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนหวานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ตารางสรุป: การเลือกซิลิโคนตามความต้องการ


สไตล์ที่ต้องการ ลักษณะซิลิโคน ผลลัพธ์ที่ได้
Natural Look สันจมูกไม่สูงมาก เน้นสโลปนุ่มนวล หน้าดูหวานขึ้นแบบจับไม่ได้ว่าทำมา
Korean Style สันชัด ปลายพุ่งเชิดเล็กน้อย หน้าดูคม มีมิติแบบไอดอลเกาหลี
Sexy / Inter สันโด่งพุ่ง เน้นความคมชัดของรูปทรง หน้าดูเปรี้ยว เฉี่ยว มั่นใจ


เทคนิคพิเศษ: การเหลาซิลิโคนแบบ Case by Case

ในการ เสริมจมูก Close ที่ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic ) แพทย์จะไม่ใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปวางลงไปทันที แต่จะนำซิลิโคนมาเหลาปรับแต่งใหม่ตามโครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อเดิมของคนไข้ เพราะ “สัดส่วนทองคำ” (Golden Ratio) ของแต่ละคนไม่เท่ากัน การเหลามือจะช่วยให้ซิลิโคนแนบสนิทไปกับฐานจมูก ลดโอกาสการเบี้ยวเอียงและทำให้ทรงออกมาดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

เทคนิคเสริมเพื่อปลายจมูกที่ปลอดภัย

แม้จะเป็นการ เสริมจมูก Close แต่ที่ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic ) เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยระยะยาว แพทย์มักแนะนำให้ใช้เทคนิค “รองปลาย” ร่วมด้วย เช่น:

  • รองปลายด้วยเนื้อเยื่อเทียม: ช่วยเพิ่มความหนาของผิวหนังปลายจมูก ลดความเสี่ยงจมูกบางหรือทะลุ
  • รองปลายด้วยกระดูกอ่อนหลังหู: ให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุนและเป็นธรรมชาติที่สุด ป้องกันซิลิโคนฝืนเนื้อเยื่อ

“การ เสริมจมูก Close ให้สวย ไม่ใช่แค่การใส่ซิลิโคนเข้าไปครับ แต่คือการเหลาแต่งซิลิโคนให้รับกับหน้าผากและปลายคางอย่างพอดี เพื่อให้ทรงจมูกที่ออกมาดูเนียนและไม่เป็นแท่งแข็งครับ”

— นพ.กิตติ์ภวิศ พสุจรัสพงศ์ (หมออาร์ม)

ช่องทางติดต่อ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic ) (ข้อมูลอัปเดต 2026)

โดย นพ.กิตติ์ภวิศ พสุจรัสพงศ์ (หมออาร์ม) และ ทีมแพทย์

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)


1. เสริมจมูกแบบ Close อยู่ได้นานแค่ไหน?

หากใช้ซิลิโคนมาตรฐานทางการแพทย์และผ่าตัดอย่างถูกวิธี ผลลัพธ์จะอยู่ติดตัวคุณไปได้ตลอดชีวิตครับ

2. ถ้ามีฮัมพ์ (Hump) สูง สามารถเสริมแบบ Close ได้ไหม?

หากฮัมพ์ไม่สูงมาก แพทย์สามารถใช้เทคนิค “ตอกฐาน” หรือ “ตะไบฮัมพ์” ร่วมกับการเสริมแบบ Close ได้ครับ แต่หากฮัมพ์สูงมากและฐานกว้าง แนะนำให้ปรึกษาเทคนิค Open จะเห็นผลชัดเจนกว่า

3. หลังเสริมแบบ Close ต้องล้างแผลอย่างไร?

ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดภายในรูจมูกเบาๆ ทุกเช้า-เย็น และทายาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์สั่งจนกว่าจะถึงวันตัดไหม (ประมาณ 14 วัน)

4. เสริมแบบ Close จะมีโอกาสเบี้ยวเอียงมากกว่าแบบ Open ไหม?

ไม่ครับ ความเบี้ยวเอียงขึ้นอยู่กับฝีมือแพทย์และการจัดวางซิลิโคนให้เข้ากับฐานกระดูกเดิม รวมถึงการปฏิบัติตัวของคนไข้ในช่วงที่ซิลิโคนยังไม่รัดแกน

5. นานแค่ไหนจมูกจะรัดแกนสมบูรณ์?

จมูกจะเริ่มเข้าที่ใน 1-3 เดือน และจะรัดแกนเห็นทรงที่แท้จริงชัดเจนที่สุดในช่วง 6-12 เดือนครับ



References

บทความรีวิว​

บทความแนะนำ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
Scroll to Top