www.beproudclinic.com

ยาทาหลังตัดไหม ปากกระจับ เคล็ดลับการดูแลแผลให้ทรงสวยเนียนกริบ

การมีรูปจมูกที่โด่งสวยรับกับใบหน้าเป็นความปรารถนาของใครหลายคนครับ แต่บางครั้งการเสริมจมูกเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาปีกจมูกกว้างหรือรูจมูกใหญ่เกินไป การทำ เสริมจมูก ตัดปีก จึงเป็นทางเลือกยอดนิยมที่จะช่วยปรับสมดุลของใบหน้าส่วนกลางให้ดูละมุนและมีมิติมากขึ้น วันนี้ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic ) จะพาไปเจาะลึกข้อมูลที่น่าสนใจเพื่อให้คุณพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงตัวเองครับ

สารบัญ

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับ ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ

ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการตัดไหม รอยแผลผ่าตัดจะยังมีความบอบบางและเริ่มกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซึ่งมักจะตามมาด้วยการสร้างพังผืด (Fibrosis) ตามธรรมชาติ หากเราปล่อยให้แผลแห้งหรือไม่มีการทายาเพื่อควบคุมการสร้างคอลลาเจนที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาแผลเป็นนูน แผลแข็งเป็นไต หรือรอยขรุขระตามแนวเย็บได้ การใช้ ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ จึงเข้ามามีบทบาทในการรักษาความชุ่มชื้นและปรับโครงสร้างแผลให้เรียบเนียนที่สุดครับ

เริ่มใช้ยาทาได้ตอนไหนถึงจะเห็นผลดีที่สุด

คนไข้มักจะสงสัยว่าควรเริ่มทายาเมื่อไหร่ คำตอบคือคุณสามารถเริ่มใช้ ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ ได้ทันทีหลังจากที่คุณหมอทำการตัดไหม (Stitch Removal) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโดยปกติจะอยู่ระหว่างวันที่ 7 ถึง 14 หลังการผ่าตัดครับ เมื่อแผลภายนอกปิดสนิทและไม่มีเลือดซึม การเริ่มทายาและนวดคลึงเบาๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยสกัดกั้นการก่อตัวของพังผืดที่หนาตัวเกินไปได้เป็นอย่างดี

ประเภทของ ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ ที่แพทย์ศัลยกรรมแนะนำ

การเลือกผลิตภัณฑ์ทาแผลเป็นที่ริมฝีปากต้องมีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นบริเวณที่สัมผัสกับอาหารและน้ำลายอยู่ตลอดเวลา โดยแบ่งกลุ่มยาที่สำคัญออกได้ดังนี้ครับ

กลุ่มซิลิโคนเจลลดรอยแผลเป็น (Silicone Gel)

ยาทาในกลุ่มนี้ถือเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) สำหรับแผลหลังศัลยกรรมครับ ตัวยาจะทำหน้าที่สร้างแผ่นฟิล์มบางๆ เคลือบแผลไว้เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ ช่วยให้แผลมีความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ ลดอาการคันและรอยแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลุ่มสารสกัดจากธรรมชาติช่วยสมานผิว

ยาทาที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากหัวหอม (Allium Cepa) หรือใบบัวบก มักถูกนำมาใช้ร่วมด้วยเพื่อช่วยลดอาการอักเสบ (Inflammation) และยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ ช่วยให้รอยแผลจางลงและนิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

กลุ่มครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นเข้มข้น

เนื่องจากริมฝีปากไม่มีต่อมไขมัน การใช้ลิปมันหรือขี้ผึ้งสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีน้ำหอมทาควบคู่กับ ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ จะช่วยป้องกันไม่ให้ปากแห้งลอก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แผลเป็นดูชัดเจนขึ้นหรือเกิดอาการอักเสบซ้ำได้ครับ

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic ) ผู้ออกแบบทรงปากกระจับ

ที่บีพราวด์ คลินิก (Beproud Clinic) เราให้ความสำคัญกับการดูแลคนไข้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทีมแพทย์ของเรามีความชำนาญเฉพาะทางในการเนรมิตทรงปากให้สวยรับกับใบหน้า พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลแผลอย่างใกล้ชิดครับ

นายแพทย์กิตติ์ภวิศ พสุจรัสพงศ์ (หมออาร์ม)

คุณหมออาร์มเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้นำทีมในการทำศัลยกรรมปากกระจับที่ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic ) ครับ คุณหมอเน้นเทคนิคการออกแบบทรงปาก (Lip Reshaping) ให้ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับรูปหน้าของคนไข้แต่ละท่านอย่างที่สุด ด้วยความประณีตในการผ่าตัดและการเย็บแผล ทำให้คนไข้ฟื้นตัวไวและลดความกังวลเรื่องการเกิดรอยแผลเป็นได้มากครับ

เทคนิคการทายาและนวดปากเพื่อป้องกันปากเป็นไตแข็ง

การทายาให้ได้ผลดีต้องทำควบคู่ไปกับเทคนิคการนวดครับ เมื่อแต้ม ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ ลงบนแผลแล้ว ให้ใช้ปลายนิ้วคลึงวนเบาๆ บริเวณที่รู้สึกว่าเป็นก้อนแข็งหรือแนวรอยเย็บ แรงกดที่พอเหมาะจะช่วยให้ตัวยาซึมลงลึกถึงชั้นพังผืด และช่วยกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่จับตัวเป็นก้อนไต (Lip Lump) ครับ

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงหากอยากให้แผลปากสวยเนียน

นอกจากการใช้ ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ แล้ว ยังมีสิ่งที่คุณต้องระวังเป็นพิเศษในช่วง 1-3 เดือนแรก ได้แก่การงดแกะเกาสะเก็ดแผล การเลียริมฝีปากบ่อยๆ รวมถึงการงดรับประทานอาหารรสจัดและของหมักดอง เพราะสิ่งเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำให้รอยแผลเป็นนูนแดงขึ้นมาได้ครับ

การทำความสะอาดแผลก่อนการทายาในแต่ละวัน

เพื่อให้ ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ ทำงานได้อย่างเต็มที่ คุณควรทำความสะอาดริมฝีปากให้สะอาดก่อนเสมอ แนะนำให้ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดเบาๆ เพื่อขจัดคราบสะเก็ดหรือคราบอาหารที่หลงเหลืออยู่ การทายาลงบนผิวที่สะอาดจะช่วยให้ตัวยาซึมผ่านเข้าสู่ชั้นผิวได้ดีกว่าการทาทับซ้อนไปบนคราบสกปรกครับ

สรุปข้อมูลยาทาและการดูแลแผลหลังตัดไหมปากกระจับ

หัวข้อการดูแล รายละเอียดที่ควรปฏิบัติ ประโยชน์ที่ได้รับ
ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ เลือกชนิดซิลิโคนเจลหรือที่มีส่วนผสมของหัวหอม ลดรอยแผลเป็นและรอยแดง
ช่วงเวลาที่เริ่มใช้ ทันทีหลังตัดไหม (7-14 วันหลังผ่าตัด) ป้องกันพังผืดเกาะตัวแน่น
ความถี่ในการทา อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง หรือตามแพทย์สั่ง รักษาความชุ่มชื้นให้แผลสม่ำเสมอ
เทคนิคเพิ่มเติม นวดคลึงเบาๆ บริเวณรอยแผล สลายก้อนไตและทำให้ปากนิ่ม
ระยะเวลาในการดูแล ต่อเนื่องอย่างน้อย 3-6 เดือน ทรงปากนิ่งสวยและเป็นธรรมชาติ

ติดต่อ บีพราวด์ คลินิก (Beproud Clinic) เพื่อนัดปรึกษา

หากคุณมีปัญหาเรื่องแผลหลังผ่าตัดหรือสนใจศัลยกรรมปากกระจับกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

  • ที่อยู่: 412 ถนน สุขุมวิท 101/1 บางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260
  • เว็บไซต์: https://beproudclinic.com/
  • Facebook: BEPROUD Clinic (บีพราวด์ คลินิก)
  • เบอร์โทรศัพท์: 063-181-8081
  • Line ID: @beproudclinic

ทำไมคุณถึงมั่นใจในข้อมูลจากเรา (Why Trust Us)

ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากประสบการณ์ตรงในการดูแลเคสปากกระจับของ บีพราวด์ คลินิก ( Beproud Clinic ) โดยได้รับคำแนะนำทางวิชาการจาก นพ.กิตติ์ภวิศ พสุจรัสพงศ์ และ พญ.สร้อยสุดา ธนหิรัญโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำคลินิกของเรา เรามุ่งหวังให้คนไข้มีความรู้ในการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง (First-hand experience) เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้ยาที่ผิดประเภทและเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ความงามที่ยั่งยืนที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลแผล (FAQs)

1. ใช้วาสลีนแทน ยาทา หลังตัดไหม ปากกระจับ ได้ไหม?

วาสลีนช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้ดีครับ แต่ไม่มีสารที่ช่วยลดการสร้างพังผืดเหมือนยาลดรอยแผลเป็นเฉพาะจุด แนะนำให้ใช้คู่กันจะดีที่สุดครับ

2. ถ้าปากเป็นไตแข็งไปแล้ว ยาทายังช่วยได้ไหม?

ยังช่วยได้ครับ การทายาควบคู่กับการนวดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ไตแข็งๆ ค่อยๆ นิ่มลงได้ แต่อาจต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอมากกว่าปกติ

3. ทายาแล้วมีผื่นแดงรอบๆ ปาก ควรทำอย่างไร?

อาจเกิดอาการแพ้ส่วนประกอบในยา แนะนำให้หยุดใช้ทันทีแล้วรีบติดต่อคลินิกเพื่อส่งรูปภาพให้คุณหมอประเมินอาการครับ

4. ยาทาแผลเป็นยี่ห้อแพงๆ จำเป็นไหม?

ไม่จำเป็นต้องแพงที่สุดครับ แต่ควรเลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐานและมีส่วนประกอบที่เน้นการจัดการแผลเป็นศัลยกรรมโดยตรง เช่น ซิลิโคนเจล

5. ต้องทายาต่อเนื่องนานแค่ไหนรอยแผลถึงจะหายสนิท?

โดยทั่วไปควรทาต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนครับ แต่สำหรับบางเคสที่คุณหมอประเมินว่ามีแนวโน้มเกิดพังผืดง่าย อาจแนะนำให้ทาต่อเนื่องไปจนถึง 6 เดือนครับ


 

References

• การจัดการรอยแผลเป็นหลังการศัลยกรรมริมฝีปาก: American Society of Plastic Surgeons (ASPS)
• ประสิทธิภาพของซิลิโคนเจลในการป้องกันแผลเป็นนูน: National Library of Medicine (PubMed)
• คู่มือการสมานแผลและภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดใบหน้า: International Journal of Women’s Dermatology
• ขั้นตอนการดูแลแผลผ่าตัดเล็กทางจักษุและริมฝีปาก: American Academy of Ophthalmology (AAO)

บทความรีวิว​

บทความแนะนำ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
Scroll to Top